23 กุมภาพันธ์ 2567

ผึ้งอยู่ดี คนมีสุข

Post_06_web 2.jpg

ผึ้งเป็นสิ่งมีชีวิตที่นักวิทยาศาสตร์กังวลมากที่สุดชนิดหนึ่งว่าพวกมันอาจได้รับผลกระทบทั้งจากภาวะโลกร้อน จากอุตสาหกรรมและมลพิษ และที่สำคัญคือจากการขยายตัวของเมืองที่รุกล้ำแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกมัน พื้นที่เมืองจึงเป็นอีกพื้นที่สำคัญที่กลับมาทบทวนและปรับการออกแบบภูมิทัศน์ ปรับปรุงพื้นที่ธรรมชาติของเราโดยไม่ได้คิดแค่ประโยชน์ของมนุษย์เรา แต่คิดถึงเหล่าสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เป็นเพื่อนบ้านที่เราอาจจะพบเห็นมันบ้างในชีวิตประจำวัน

การคิดถึงเหล่าผึ้งและการปรับเมืองนี้สัมพันธ์กับความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) อย่างแรกคือการมองเห็นระบบนิเวศของเมืองที่ไม่ได้มีแค่เรา อีกด้านคือการปรับวิธีคิดและพื้นที่กายภาพของเมืองโดยคิดเผื่อให้สัตว์อื่นๆ ในกรณีนี้คือผึ้งและแมลงเล็กๆ ที่เมืองเองตระหนักถึงการเป็นพื้นที่ที่จะร่วมดูแลสิ่งมีชีวิตเล็กๆ การที่เมืองและเราช่วยเปิดเมืองของเราเป็นบ้านและพื้นที่เติบโตของเหล่าแมลง ท้ายที่สุดแล้วพวกมันก็จะทำหน้าที่ส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร ของดอกไม้ ของผลไม้ต่างๆ ให้กับระบบนิเวศและความมั่นคงทางอาหารของเราต่อไป

1504660552229.jpg

ความมั่นคงทางอาหารอาจเป็นเรื่องที่ไกลตัวเล็กน้อย แต่ลองนึกภาพเมืองที่เราตื่นเช้ามา มีป้ายรถเมล์น่ารักๆ ที่หลังคาเป็นสนามสีเขียว การที่เราจูงเด็กๆ และได้ชี้ชวนกันดูผีเสื้อที่บินผ่านหน้าระหว่างทางไปไหนซักแห่ง ได้เห็นทุ่งดอกไม้แทนที่เกาะกลางถนนแห้งแล้ง ตรงนี้เองที่อาจทำให้เรานึกภาพเมืองที่สดใสขึ้น ความหลากหลายของธรรมชาติและสรรพสัตว์มีงานศึกษาระบุว่าสัมพันธ์กับการเยียวยาความรู้สึก ส่งผลกับสุขภาพใจของเรา

ในวันที่เมืองมองเห็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ และเริ่มมีโปรเจกต์น่ารักๆ เพื่อการอยู่ร่วมกันของเราและเหล่าแมลง เราจึงชวนผู้อ่านไปรู้จักโปรเจกต์เล็กๆ จากหลายเมืองใหญ่ จากจุดจอดผึ้งท่ีจอดคู่กับรถเมล์และโครงการเปลี่ยนเกาะกลางถนนเป็นทุ่งดอกไม้สีสันสดใสจากเนเธอแลนด์ ไปจนถึงอิฐรังผึ้งที่กลายเป็นข้อบังคับของเมือง ชวนไปรู้จักเหล่าโปรเจกต์ที่ไม่ได้ดีแค่กับแมลง แต่ดีกับพวกเราชาวเมืองด้วย

Bee Stop, Buzz Stop


โปรเจกต์แรกเมืองอูเทรกต์ (Utrecht) หนึ่งในเมืองที่มักจะมีนวัตกรรมต่างๆ เกี่ยวกับเมืองและสิ่งแวดล้อม เจ้าโปรเจกต์ชื่อน่ารักคือ Bee Stops ซึ่งล้อกับคำว่าป้ายรถเมล์หรือ Bus Stop ป้ายรถเมล์ที่ไม่ได้จอดแค่รถเมล์แต่เป็นจุดจอดพักของเหล่าผึ้งและแมลงเป็นการปรับปรุงหลังคาของป้ายรถเมล์จำนวน 316 ป้ายทั่วเมืองให้หลังคากลายเป็นพื้นที่สีเขียว (Green roof) จากหลังคาที่รอรถเมล์โล้นๆ ก็จะกลายเป็นทุ่งจิ๋วๆ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วเมือง

talk-of-the-town-10_02.jpg

สำหรับป้ายจอดผึ้งเป็นโครงการของทางสภาเมือง ร่วมมือกับบริษัทโฆษณาที่รับสัมปทนาดูแลป้ายรถเมล์ของเมือง แนวคิดการใช้ป้ายรถเมล์เป็นพื้นที่จุดพักขนาดเล็กของเหล่าแมลงถือเป็นแนวคิดที่น่ารักและฉลาด คือเรานึกภาพแมลงที่อยู่ในเมือง บางครั้งพวกมันไม่สามารถหาจุดแวะพักเป็นพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ธรรมชาติได้ ทุ่งน้อยที่กระจายตัวไปพร้อมกับโครงข่ายขนส่งสาธารณะเลยเป็นเหมือนส่วนต่อขยายที่แมลงได้ใช้ชีวิตไปพร้อมๆ กับชาวเมืองแบบเราๆ ด้วย

ทีนี้เจ้าจุดจอดผึ้ง ด้วยชื่ออาจจะรู้สึกว่าทางเมืองออกแบบและลงทุนโปรเจกต์จุดจอดผึ้งเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพเป็นหลัก แต่จริงๆ การเปลี่ยนหลังคาจุดรอรถเมล์เป็นหลังคาสีเขียว ประโยชน์ที่จะได้รับก่อนคือเมืองและผู้คนนี่แหละ หลังคาที่กลายเป็นสนามน้อยๆ จะทำหน้าที่ทั้งช่วยดักจับฝุ่น ช่วยชลอน้ำฝนและช่วยเพิ่มความเย็นให้กับพื้นที่เมือง ดังนั้นโปรเจกต์จุดจอดผึ้งเป็นอีกหนึ่งโครงการของเมืองที่ส่งเสริมให้เมืองกลายเป็นพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยที่ดีต่อสุขภาพกายใจให้กับทุกชีวิต

talk-of-the-town-10_03.jpg

เกาะกลางถนนกลายเป็นทุ่งดอกไม้


เรายังคงอยู่กันที่เมืองอูเทรกต์ เมืองอูเทรกต์เป็นเมืองที่จริงจังเรื่องนวัตกรรม และช่างคิดในการปรับเปลี่ยนสิ่งเล็กๆ แต่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างสำคัญ นอกจากจุดจอดผึ้งแล้ว เมืองอูเทรกต์ยังทำการเปลี่ยนเกาะกลางถนน จากสนามหรือสวนที่ถูกตัดแต่งเป็นอย่างดีให้กลายเป็นทุ่งดอกไม้ป่า เป็นการใช้ความเป็นธรรมชาติคืนความหลากหลายและสีสันให้กับเมือง

จริงๆ การเปลี่ยนเกาะกลางถนนเป็นเรื่องเรียบง่าย คือเมืองใช้ปลูกทุ่งดอกไม้ที่มีลักษณะคล้ายทุ่งดอกไม้ตามธรรมชาติ คือเป็นทุ่งที่ดอกไม้ไม่ได้ถูกปลูกอย่างเป็นระบบ เป็นพื้นที่กึ่งรก แต่เป็นทุ่งดอกไม้ที่เหมือนกับพื้นที่ในชนบท แต่มาเบ่งบานสลับสีสัน ตรงนี้เองที่ทำให้ภาพของเมืองเปลี่ยนแปลงไปคือเกาะกลางถนนก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตลอดตามสีสันของดอกไม้ที่สลับกันบานในแต่ละฤดู

แน่นอนว่าทุ่งดอกไม้เป็นพื้นที่ที่มีประโยชน์กับแมลงโดยเฉพาะผึ้งที่ได้อาหารจากเกสรดอกไม้ นอกจากเหล่าแมลงแล้ว คนเมืองเองก็ได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติขึ้น จากเกาะกลางถนนเรียบๆ แห้งแล้งกลายเป็นทุ่งดอกไม้สีสันสดใส และที่สำคัญคือการปรับจากเกาะกลางถนนแบบเดิมที่อาจเป็นสนามหรือไม้พุ่มตัดแต่งทำให้เมือง ทุ่งดอกไม้ป่าช่วยให้เมืองประหยัดค่าตัดแต่งต้นไม้ลงได้ด้วย

talk-of-the-town-10_04.jpeg

อิฐสำหรับผึ้ง และข้อบังคับของเมือง


ในการสร้างอาคารเป็นที่อยู่อาศัยของเรา หลายเมืองในอังกฤษมีการออกแบบอิฐสำหรับผึ้งหรือ Bee Block เจ้าอิฐเป็นนวัตกรรมคือเป็นอิฐที่มีขนาดเท่าอิฐทั่วไป แต่มีรูกลมๆ กระจายตัวอยู่ทั่วก้อน รูทรงกลมนี้จะทำหน้าที่เป็นรังสำหรับผึ้งสันโดษ (Solitary bees) ผึ้งที่ไม่ได้ผลิตน้ำหวานและอยู่ในรังเพื่อปกป้องราชินี แต่ผึ้งสันโดษจะออกไปเก็บละอองเรณูเพื่อเป็นอาหารให้กับผึ้งรุ่นต่อๆ ไป และจะออกไปอยู่ตามลำพังตามชื่อของมัน

ดังนั้น เจ้าผึ้งเก็บละอองจึงมีความสำคัญกับระบบนิเวศ พวกมันเป็นผึ้งที่ถ่ายละอองเกสรได้มากกว่าผึ้งน้ำหวาน (Honeybee) ถึง 120 ตัว

ด้วยความที่ผึ้งสันโดษต้องไปทำรังเอง รังของพวกมันแต่เดิมมักจะเป็นการสร้งโพรงโดยเฉพาะในอิฐหรืออาคารที่เป็นปูน แต่ด้วยนวัตกรรมการก่อสร้างที่ทันสมัยขึ้น อิฐและอาคารรุ่นใหม่ๆ มีความแข็งแรงทนทานจนผึ้งสันโดษไม่สามารถทำรังได้ ผึ้งสันโดษจึงเป็นอีกหนึ่งประเภทของผึ้งที่อยู่ในภาวะเสี่ยงทั้งจากยาฆ่าแมลงและการสูญเสียที่อยู่อาศัย

ด้วยความกังวลถึงเจ้าผึ้งสันโดษรวมถึงการที่เมืองให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ สภาเมืองไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ (Brighton and Hove) จึงรับเอานวัตกรรมอิฐรังผึ้ง และประกาศใช้เป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายอาคาร คือทุกอาคารที่จะขอใบอนุญาตตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมาจะต้องมีอิฐรังผึ้งเป็นส่วนประกอบ

talk-of-the-town-10_05.jpg

สำหรับอิฐรังผึ้งเป็นส่วนประกอบหนึ่งของการขับเคลื่อนความหลากหลายทางชีวภาพ คืออาคารใหม่ที่สูงเกินห้าเมตรต้องมีอิฐรังผึ้งสันโดษ และจะต้องมีรังนกที่มีขนาดเหมาะกับการเป็นรังของนกนางแอ่น (Swift box) นอกจากการเพิ่มฟังก์ชั่นของอาคารเพื่อสรรพสัตว์แล้ว เมืองก็พยายามเพิ่มองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องเช่นการเพิ่มกลุ่มพืชในเมือง การเพิ่มหลุมสำหรับเม่น การมีจุดเพิ่มอาหารสำหรับนก ก็เป็นสิ่งที่เมืองพยายามส่งเสริมความหลากหลายและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ

นอกจากเมืองไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟแล้ว เมืองอื่นๆ เช่น คอนวอร์ (Cornwall) และดอร์เซ็ต (Dorset) เองก็มีนโยบายเกี่ยวกับอิฐรังผึ้งด้วยเช่นกัน ข้อสังเกตหนึ่งของการส่งเสริมเรื่องผึ้ง โดยทั่วไปมักให้ความสำคัญกับผึ้งน้ำหวาน ทำให้ผึ้งประเภทผึ้งสันโดษเป็นผึ้งที่ถูกมองข้ามไปซึ่งผึ้งประเภทนี้มีความสำคัญกับระบบนิเวศไม่แพ้กัน

อ้างอิงข้อมูลจาก
https://constructive-voices.com
https://www.brightvibes.com
https://www.archdaily.com
https://www.dezeen.com
https://ngthai.com

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ
ดูทั้งหมด