
ในยุคปัจจุบัน สถาปัตยกรรมไม่ได้มุ่งเน้นแค่ความสวยงามและการใช้งานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ความยั่งยืนยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงอีกด้วย เมื่อโลกเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมีความจำเป็นในการอนุรักษ์ทรัพยากร การออกแบบที่ผสมผสานความสวยงามและความยั่งยืนจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น การออกแบบเพื่อความยั่งยืน (Design for Sustain) จึงได้รับความสนใจอย่างมากในการสร้างอาคารที่ไม่เพียงแค่ตอบสนองความต้องการใช้งาน แต่ยังลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ในบทความนี้ เราจะพาไปรู้จักกับ 3 อาคารสูงสมัยใหม่จาก New York, Singapore และ Vancouver ที่มีดีไซน์โดดเด่นและเน้นความยั่งยืนอย่างลงตัว
1. The Spiral, นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

The Spiral เป็นอาคารระฟ้าที่ตั้งอยู่ในบริเวณ Hudson Yards ซึ่งได้รับการออกแบบโดยบริษัทสถาปัตยกรรมชั้นนำ BIG (Bjarke Ingels Group) โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ใช้แนวคิดขั้นบันไดสีเขียว หมายถึงการวางเลเยอร์ของสวนลอยฟ้าให้หมุนรอบตัวอาคารขึ้นไป ตั้งแต่ฐานจนถึงยอดตึก สร้างสรรค์สภาพแวดล้อมที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา
ดีไซน์เพื่อความยั่งยืน: ขั้นบันไดสีเขียวสร้างเส้นทางธรรมชาติที่เชื่อมโยงภายในอาคารกับภายนอก พร้อมเติมเต็มพื้นที่ด้วยพืชพันธุ์ที่ช่วยผลิตออกซิเจนและลดมลภาวะ
การประหยัดพลังงาน: ระบบส่องสว่างใช้แสงธรรมชาติ และเซ็นเซอร์เพื่อควบคุมการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด สวนในแต่ละชั้นยังเปิดให้การหมุนเวียนอากาศเป็นไปอย่างอิสระ ส่งเสริมบรรยากาศอันสดชื่นภายใน



2. CapitaSpring, สิงคโปร์

CapitaSpring ออกแบบโดยบริษัทสถาปัตยกรรม Bjarke Ingels Group ร่วมกับ Carlo Ratti Associati โดดเด่นด้วยการผสมผสานพื้นที่สีเขียวในแนวดิ่งเข้ากับโครงสร้างสมัยใหม่ โดยสร้างขึ้นในรูปแบบของ "เมืองในสวน"
ความงามของธรรมชาติในตัวเมือง: สวนแนวตั้งและสวนลอยฟ้าต่าง ๆ ถูกออกแบบให้อยู่บริเวณระเบียงและชั้นต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า
นวัตกรรมการจัดการทรัพยากร: ระบบการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำและเทคโนโลยีจัดการพลังงานอย่างชาญฉลาด เช่น การหมุนเวียนอากาศและการใช้แสงอาทิตย์ ลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ



3. Vancouver House, แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

อีกหนึ่งโครงการโดย Bjarke Ingels Group ที่ใช้การออกแบบทรงโค้งเว้า สร้างสรรค์พื้นที่ให้มีประโยชน์สูงสุด ท่ามกลางข้อจำกัดในเมืองแวนคูเวอร์
การออกแบบเพื่อชีวิตในเมือง: อาคารนี้ได้รับการออกแบบให้ตอบสนองต่อข้อจำกัดด้านพื้นที่ในเมือง ซึ่งการวางผังที่แตกต่างนี้ยังช่วยลดผลกระทบจากลมอาคารสูงและเพิ่มทัศนียภาพที่แตกต่างกันในแต่ละชั้น
เทคโนโลยีสีเขียว: มีการนำพลังงานลมและการเก็บกักน้ำฝน เพื่อใช้ในระบบสาธารณูปโภคและการบำรุงรักษาพื้นที่สีเขียวในอาคาร พร้อมกับใช้วัสดุก่อสร้างที่สามารถรีไซเคิลได้



อาคารทั้งสามนี้เป็นตัวแทนของอนาคตที่เราต้องการเห็น อาคารที่ไม่เพียงแต่สะท้อนความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรมและการออกแบบ แต่ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและผู้ใช้งาน การนำเสนอพื้นที่สีเขียวในแนวดิ่ง เทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงาน และการจัดทรัพยากรอย่างชาญฉลาด ทำให้อาคารเหล่านี้เป็นที่ยกย่องและยืนหยัดในฐานะตัวอย่างของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสามารถสร้างความแตกต่างเชิงบวกให้กับเมืองและโลกใบนี้ได้ในอนาคต
อ้างอิงข้อมูล และรูปภาพจาก
https://www.archdaily.com
https://www.dezeen.com