เวโรน่า คือเมืองแห่งศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ ของประเทศอิตาลี ที่ยังอบอวลไปด้วยความรัก เป็นฉากหลังเรื่องราวของโรมีโอ และ จูเลียต บทประพันธ์สุดคลาสสิกที่ริเริ่มโดยชาวอิตาลี และถูกเขียนใหม่อีกหลายเวอร์ชั่นจนกลายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกโดยวิลเลียม เชกสเปียร์ เรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังระหว่างคนจากสองตระกูลที่เป็นอริกันทำให้ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ ประกอบกับความเข้าใจผิดทำให้สุดท้ายแล้วทั้งคู่เลือกที่จะฆ่าตัวตาย จนกลายเป็นโศกนาฎกรรมความรักอันแสนเศร้า

talk-of-the-town-8-02.jpg

ด้วยเรื่องราวความรักอันหวานซึ้งและอุปสรรคที่คู่รักต้องเผชิญ นั้นทำให้ผู้คนจำนวนมากรู้สึกเจ็บปวดไปกับความผิดหวังของทั้งคู่ และความนิยมในบทประพันธ์นี้ได้นำไปสู่การมีพื้นที่จริงอย่างพิพิธภัณฑ์บ้านจูเลียตที่จำลองบรรยากาศและเรื่องราวความรักของหนุ่มสาว จนในที่สุดก็ได้กลายเป็นพื้นที่สัญลักษณ์ของการตามหารักแท้ และเยียวยาหัวใจคนโสดผ่านการเขียนจดหมายบอกเล่าเรื่องราวอันเจ็บปวด กลายเป็นพื้นที่โอบกอดคนเมืองให้ไม่อ้างว้างและยังมีความหวังกับการพบเจอใครสักคนบนโลกใบนี้ที่จะช่วยให้เราไม่เหงาอีกต่อไป

talk-of-the-town-8-03.jpg

จากเรื่องราวความรักของหนุ่มสาว สู่พื้นที่โอบกอดคนมือง

เรื่องของ โรมีโอ กับ จูเลียต เกิดขึ้นในเมืองเวโรน่าช่วงศตวรรษที่ 14 บ้านของจูเลียตตามบทประพันธ์จึงเป็นสไตล์อาคารยุคกลางของอิตาลี สอดคล้องไปกับพิพิธภัณฑ์บ้านจูเลียต (Casa de Julieta - Juliet’s House Museum) ที่นำเอาบ้านของตระกูลคาเบลโล (Dal Cappello family) ที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 มาบูรณะปรับปรุงหลายครั้งให้เกิดเป็นบรรยากาศที่คล้ายคลึงกับบ้านของจูเลียต ราวกับจูเลียตนั้นเป็นบุคคลที่มีชีวิตจริงในประวัติศาสตร์

talk-of-the-town-8-04.jpg

ในศตวรรษ 20 บ้านได้ถูกแต่งเติมด้วยระเบียงให้ตรงกับฉากสารภาพรักตามบทประพันธ์ กลายเป็นจุดเช็คอินที่หากใครไปเที่ยวจะต้องสวมบทบาทเป็นจูเลียตมายืนพรรณาความในใจและคอยคนรักให้มาสารภาพรัก ณ ที่แห่งนี้

เมื่อเข้ามาในบ้านจะพบกับข้าวของเครื่องใช้มากมายที่สอดคล้องไปกับเรื่องเล่า จนเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในยุคสมัยนั้น ทำให้สามารถจินตนาการถึงเหตุการณ์ตามบทละครได้ไม่ยาก

talk-of-the-town-8-05.jpg

นอกจากนี้ยังมีการสร้างช่องทางติดต่อสื่อสารกับจูเลียตให้เป็นที่พึ่งพิงสำหรับผู้ที่มีปัญหาความรักอัดแน่นจนไม่รู้จะคุยกับใคร ได้เขียนจดหมายมาระบายปัญหาความในใจให้จูเลียตฟัง ซึ่งจดหมายจากคนทั่วโลกที่ส่งมายังบ้านหลังนี้จะได้รับการตอบจากเหล่าคณะเลขาของจูเลียต (The secretaries of Juliet) กลุ่มอาสาสมัครพื้นเมืองที่จะคอยให้คำแนะนำหรือให้กำลังใจกับความรักที่ไม่สมหวัง หรือการจากลาอันแสนเจ็บปวด

talk-of-the-town-8-06.jpg

ที่พึ่งเรื่องหัวใจสำหรับคนสายมู พื้นที่แห่งความหวังของคนอยากมีรักแท้

จากเรื่องราวความรักนิรันดร์ของบทประพันธ์ ได้ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ กลายเป็นจุดหมายปลายทางของเหล่าคนโสดอยากมีหวานใจ เนื่องจากบ้านจูเลียตได้รับการขนานนามว่าเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธ์สำหรับผู้ที่เชื่อในรักแท้ และทุกคนที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้จะสมหวังในความรัก

เราจะพบกับผนังที่เต็มได้ด้วยชื่อและข้อความแสดงความรักของผู้คนจากทั่วทุกสารทิศตั้งแต่ทางลอดใต้ประตูโค้งซึ่งทอดยาวมาสู่ลานกลางบ้าน ผู้คนเชื่อกันว่าคนที่ได้เขียนข้อความไว้คนกำแพงจะได้อยู่กับคู่รักตลอดชีวิต

talk-of-the-town-8-07.jpg


ลานกลางบ้านนี้เอง เราจะได้พบกับรูปปั้นทองแดงของจูเลียต หญิงสาวผู้ยืนหยัดในรักแท้ จนเกิดเป็นตำนานความเชื่อว่าหากผู้ใดได้มาสัมผัสหน้าอกข้างขวาของจูเลียตจะสมหวังในความรักและได้พบกับรักแท้ที่คาดหวัง

จากเรื่องราวความรักในบทละครมาสู่พื้นที่ในโลกจริง ที่ถูกเนรมิตออกมาทั้งสถานที่ เรื่องราวความเชื่อ และการโอบกอดเยียวยาโดยคนพื้นเมือง หรือแม้แต่การเป็นพื้นที่แห่งความหวังสำหรับคนที่ตามหารักแท้ พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นบ้านที่อบอวลไปด้วยความรัก หากใครมีโอกาสได้แวะไปเมืองเวโรน่า ประเทศอิตาลี และอยากสมหวังด้านความรัก เราก็อยากจะให้ลองแวะไปเที่ยวที่นี่ดูสักครั้ง

อ้างอิง
Museum Siam podcast
https://www.italy-museum.com/venice/juliet-house
https://italianenthusiast.com
https://www.visitverona.it
https://www.livetolife.com
https://www.culturedcreatures.co

เรื่องราวที่คุณอาจสนใจ
ดูทั้งหมด